ลงทุน บ้านสุราษ ปล่อยเช่า ซื้อนามบุคคลหรือนิติบุคคลคุ้มกว่ากัน?

บ้านเดี่ยวหรูสไตล์โมเดิร์นสำหรับลงทุนปล่อยเช่าในสุราษฎร์ธานี ภาพประกอบคู่มือเปรียบเทียบการซื้ออสังหาริมทรัพย์ในนามบุคคลธรรมดาและนิติบุคคล
แบนเนอร์โฆษณาพื้นที่อสังหาริมทรัพย์ทำเลทองศักยภาพสูง ระดับ Super VIP บนเว็บไซต์ ksmyhome.com

สรุปประเด็นสำคัญ

  • การลงทุนซื้อบ้านเพื่อปล่อยเช่าให้ผลตอบแทนเฉลี่ย 5 ถึง 7 เปอร์เซ็นต์ต่อปี โดยเฉพาะทำเลใกล้ศูนย์การค้า โรงพยาบาล และสถานศึกษา ที่กำลังมีความต้องการสูง

  • บ้านเช่าที่อนุญาตให้เลี้ยงสัตว์ได้เป็นตลาดเฉพาะกลุ่มที่กำลังมาแรง ช่วยให้ปล่อยเช่าได้เร็วขึ้นและปรับเพิ่มราคาค่าเช่าได้

  • การลงทุนในนามนิติบุคคลช่วยสร้างความน่าเชื่อถือ ตอบโจทย์กลุ่มลูกค้าองค์กรที่ต้องการใบเสร็จรับเงินไปหักค่าใช้จ่ายบริษัท

  • ผู้ลงทุนควรเลือกรูปแบบการถือกรรมสิทธิ์ (บุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคล) ให้สอดคล้องกับจำนวนอสังหาริมทรัพย์และฐานภาษีส่วนบุคคลเพื่อความคุ้มค่าที่สุด

ทำไมการลงทุนซื้อ “บ้านสุราษ” เพื่อปล่อยเช่าถึงน่าสนใจ?

จังหวัดสุราษฎร์ธานีถือเป็นศูนย์กลางทางเศรษฐกิจและการคมนาคมที่สำคัญของภาคใต้ตอนบน การตัดสินใจเลือกลงทุนซื้อ บ้านสุราษ เพื่อปล่อยเช่าจึงเป็นทางเลือกที่สร้างผลตอบแทนระยะยาวได้อย่างมั่นคง ด้วยปัจจัยเกื้อหนุนทางเศรษฐกิจและโครงสร้างพื้นฐานที่ขยายตัวอย่างต่อเนื่องในปี 2569 ทำให้ความต้องการที่อยู่อาศัยในพื้นที่พุ่งสูงขึ้น

  • ศูนย์กลางคมนาคมและลอจิสติกส์: สุราษฎร์ธานีเป็นจุดเชื่อมต่อการเดินทางทั้งทางบก ทางน้ำ และทางอากาศ ดึงดูดกลุ่มคนวัยทำงานและผู้บริหารที่ต้องย้ายเข้ามาประจำการในพื้นที่

  • การเติบโตของอสังหาริมทรัพย์: โครงการพัฒนาเมืองและศูนย์การค้าขนาดใหญ่ผลักดันให้มูลค่าที่ดินและตัวอาคารปรับตัวสูงขึ้นอย่างสม่ำเสมอ

  • ความต้องการเช่าบ้านที่แข็งแกร่ง: กลุ่มนักธุรกิจ ข้าราชการระดับสูง และบุคลากรทางการแพทย์ นิยมเช่าบ้านเดี่ยวหรือทาวน์โฮมที่มีพื้นที่ใช้สอยตั้งแต่ 100 ถึง 150 ตารางเมตรขึ้นไป มากกว่าการพักอาศัยในคอนโดมิเนียม โดยตลาดบ้านเช่าในตัวเมืองสุราษฎร์ธานีที่มีความต้องการสูง มักกระจุกตัวอยู่ในรัศมีใกล้ศูนย์การค้า (เช่น เซ็นทรัล สุราษฎร์ธานี) แหล่งจ้างงาน และโรงพยาบาลขนาดใหญ่ (เช่น โรงพยาบาลกรุงเทพสุราษฎร์, โรงพยาบาลสุราษฎร์ธานี) รวมถึงโซนใกล้สถานศึกษา (เช่น มหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานี) ซึ่งการซื้อบ้านเพื่อปล่อยเช่าในทำเลเหล่านี้ จะดึงดูดผู้เช่าที่เป็นกลุ่มคนทำงาน แพทย์ หรือนักศึกษาที่มีกำลังจ่ายคงที่

  • พฤติกรรมผู้เช่ากลุ่มที่ชื่นชอบสัตว์เลี้ยง: เทรนด์ที่มาแรงมากในปีนี้คือ ผู้เช่าจำนวนมากมองหา “บ้านเช่าที่อนุญาตให้เลี้ยงสัตว์ได้” นักลงทุนที่ซื้อบ้านมาปล่อยเช่าและเปิดโอกาสให้เลี้ยงสัตว์ได้ มักจะปล่อยเช่าได้เร็วกว่า และสามารถอัปราคาค่าเช่าหรือเรียกเก็บเงินประกันเพิ่มได้ ถือเป็นตลาดเฉพาะกลุ่มที่น่าสนใจมากในสุราษฎร์ธานี
  • ผลตอบแทนจากการปล่อยเช่าที่สม่ำเสมอ: อัตราค่าเช่าในทำเลศักยภาพสามารถสร้างผลตอบแทนเฉลี่ย 5 ถึง 7 เปอร์เซ็นต์ต่อปี ซึ่งสูงกว่าการฝากเงินในสถาบันการเงิน


“กำลังมองหาที่ดินโซนนี้อยู่ใช่ไหม? คลิกดูรายการทรัพย์แนะนำในสุราษฎร์ธานี”

ซื้อบ้านสุราษปล่อยเช่าในนาม “บุคคลธรรมดา” คืออะไร?

การซื้อบ้านและปล่อยเช่าในนามบุคคลธรรมดา คือการใช้ชื่อของคุณเองตามบัตรประชาชนในการถือกรรมสิทธิ์ ทำสัญญาซื้อขาย กู้สินเชื่อ และทำสัญญาให้เช่ากับผู้เช่าโดยตรง ซึ่งเป็นรูปแบบที่ได้รับความนิยมมากที่สุดสำหรับผู้ที่เริ่มต้นลงทุนอสังหาริมทรัพย์

ข้อดีของการปล่อยเช่าในนามบุคคลธรรมดา

  • เริ่มต้นง่ายและรวดเร็ว: ไม่ต้องวุ่นวายกับการจดทะเบียนจัดตั้งบริษัทหรือทำเอกสารทางกฎหมายที่ซับซ้อน

  • ขอสินเชื่อได้ง่ายกว่า: ธนาคารมักพิจารณาอนุมัติสินเชื่อบ้านให้บุคคลธรรมดาง่ายกว่า โดยประเมินจากฐานเงินเดือนและประวัติเครดิตส่วนบุคคล

  • ดอกเบี้ยสินเชื่อบ้านถูกกว่า: ได้รับอัตราดอกเบี้ยสำหรับที่อยู่อาศัยรายย่อย ซึ่งมักจะต่ำกว่าอัตราดอกเบี้ยเชิงพาณิชย์ของบริษัท อย่างไรก็ตาม ดอกเบี้ยเงินกู้สำหรับการซื้อบ้านเพื่อปล่อยเช่านั้น ไม่สามารถนำมาหักลดหย่อนภาษีส่วนบุคคลได้ เนื่องจากกฎหมายให้สิทธิลดหย่อนเฉพาะบ้านที่ผู้มีเงินได้ใช้อยู่อาศัยเองและนำไปจำนองเท่านั้น

  • การจัดการภาษีไม่ซับซ้อน: สามารถเลือกหักค่าใช้จ่ายแบบเหมาจ่ายได้ถึง 30 เปอร์เซ็นต์ โดยไม่ต้องเก็บใบเสร็จรับเงินหรือทำบัญชีรายรับรายจ่ายแบบละเอียด

ข้อเสียและข้อจำกัดที่ควรระวัง

  • ภาระภาษีบานปลายเมื่อรายได้สูง: หากฐานรายได้รวมของคุณ (เงินเดือนบวกค่าเช่า) อยู่ในระดับสูง อัตราภาษีแบบขั้นบันไดอาจพุ่งทะลุไปถึง 35 เปอร์เซ็นต์

  • หักค่าใช้จ่ายตามจริงได้ยาก: แม้จะปรับปรุง ตัวทรัพย์ของคุณ หรือมีค่าซ่อมแซมจำนวนมาก ก็มักจะคุ้มค่ากว่าที่จะหักแบบเหมาจ่าย 30 เปอร์เซ็นต์ ทำให้เสียเปรียบเมื่อมีต้นทุนจริงสูง

  • รับความเสี่ยงทางกฎหมายเต็มๆ: หากเกิดอุบัติเหตุหรือข้อพิพาทร้ายแรงในพื้นที่เช่า ผู้ให้เช่าต้องรับผิดชอบด้วยทรัพย์สินส่วนตัวทั้งหมดโดยไม่มีกรอบจำกัดความรับผิดชอบ

อัตราภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาจากการปล่อยเช่าอสังหาริมทรัพย์

เงินได้จากการปล่อยเช่าจัดเป็นเงินได้พึงประเมินประเภทที่ 5 ซึ่งเจ้าของที่นำบ้านมาปล่อยเช่าเองสามารถเลือกหักค่าใช้จ่ายแบบเหมาได้ 30 เปอร์เซ็นต์ หรือเลือกหักค่าใช้จ่ายตามจริงได้หากมีต้นทุนสูงกว่า ซึ่งต้องนำมารวมคำนวณภาษีประจำปี โดยมีโครงสร้างอัตราภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาแบบขั้นบันไดดังนี้

เงินได้สุทธิ (บาท) อัตราภาษี (เปอร์เซ็นต์) ภาษีสูงสุดแต่ละขั้น (บาท)
0 – 150,000 ยกเว้น 0
150,001 – 300,000 5 7,500
300,001 – 500,000 10 20,000
500,001 – 750,000 15 37,500
750,001 – 1,000,000 20 50,000
1,000,001 – 2,000,000 25 250,000
2,000,001 – 5,000,000 30 900,000
5,000,001 ขึ้นไป 35 ตามจริง

ข้อควรรู้คือ เงินได้สุทธิ 0 ถึง 150,000 บาทแรกที่ได้รับยกเว้นภาษีนั้น เป็นสิทธิพิเศษจากพระราชกฤษฎีกายกเว้นภาษี ไม่ใช่ขั้นแรกของตารางภาษีตามปกติ (ตารางปกติเริ่มต้นที่ 300,000 บาทแรก เสีย 5 เปอร์เซ็นต์) นอกจากนี้ผู้มีเงินได้ยังมีสิทธิหักค่าลดหย่อนส่วนตัวได้อีก 60,000 บาท


ซื้อบ้านสุราษปล่อยเช่าในนาม “นิติบุคคล” (บริษัท) คืออะไร?

การลงทุนในนามนิติบุคคล คือการจดทะเบียนจัดตั้งบริษัทจำกัดขึ้นมาเพื่อดำเนินธุรกิจอสังหาริมทรัพย์โดยเฉพาะ บริษัทจะเป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์ในบ้าน กู้เงิน และทำสัญญาเช่า เช่น บริษัท บ้านสุราษอินเวสต์เมนต์ จำกัด เป็นผู้ปล่อยเช่าบ้านให้แก่ลูกค้าองค์กรหรือบุคคลทั่วไป

ข้อดีของการตั้งบริษัทเพื่อปล่อยเช่าบ้านสุราษ

  • หักค่าใช้จ่ายได้ตามจริงทุกเม็ด: ค่าใช้จ่ายทุกอย่างที่เกี่ยวข้องกับ ตัวทรัพย์ของคุณ เช่น ดอกเบี้ยเงินกู้ ค่าซ่อมแซม ค่าส่วนกลาง ค่าเสื่อมราคาอาคาร สามารถนำมาหักเป็นค่าใช้จ่ายเพื่อลดกำไรสุทธิก่อนเสียภาษีได้อย่างเต็มที่

  • เพดานภาษีต่ำกว่าและคงที่: อัตราภาษีเงินได้นิติบุคคลสูงสุดอยู่ที่เพียง 20 เปอร์เซ็นต์ และหากเป็นธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม จะได้รับยกเว้นภาษีในส่วนของกำไร 300,000 บาทแรก

  • จำกัดความรับผิดชอบ: หากเกิดปัญหาฟ้องร้อง ความรับผิดชอบจะจำกัดอยู่แค่ทุนจดทะเบียนของบริษัท ไม่ลุกลามถึงทรัพย์สินส่วนตัวของผู้ถือหุ้น

  • สร้างความน่าเชื่อถือ: ดึงดูดผู้เช่าที่เป็นองค์กรขนาดใหญ่หรือชาวต่างชาติที่ต้องการเอกสารทางภาษีที่ถูกต้องสมบูรณ์ หากเลือกลงทุนซื้อบ้านในนามนิติบุคคล จะเพิ่มความน่าเชื่อถือและทำสัญญาง่ายขึ้นกับผู้เช่าที่เป็นรูปแบบบริษัทที่ต้องการเช่าบ้านเพื่อเป็นสวัสดิการให้ผู้บริหารหรือพนักงานที่ย้ายมาประจำสาขาในสุราษฎร์ธานี ซึ่งกลุ่มลูกค้าองค์กรนี้มักต้องการใบเสร็จรับเงินที่ถูกต้องเพื่อนำไปหักค่าใช้จ่ายบริษัท

ข้อเสียและต้นทุนแฝงของการทำนิติบุคคล

  1. ค่าใช้จ่ายในการจัดตั้ง: มีค่าธรรมเนียมและค่าจดทะเบียนจัดตั้งบริษัทเริ่มต้นที่หลักพันถึงหลักหมื่นบาท

  2. ค่าใช้จ่ายในการทำบัญชีรายเดือน: ต้องจ้างสำนักงานบัญชีเพื่อจัดการเอกสารภาษีมูลค่าเพิ่มและหัก ณ ที่จ่าย สำหรับการปล่อยเช่าบ้านพักอาศัยจะได้รับยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่ม จึงไม่ต้องจดทะเบียนและไม่ต้องออกใบกำกับภาษีขาย แต่หากให้องค์กรหรือนิติบุคคลเช่า ผู้ให้เช่าจะมีภาระถูกหักภาษี ณ ที่จ่ายในอัตรา 5 เปอร์เซ็นต์จากค่าเช่าแทน

  3. ค่าสอบบัญชีประจำปี: กฎหมายบังคับให้ต้องมีผู้สอบบัญชีรับอนุญาตตรวจสอบและรับรองงบการเงินทุกปี ซึ่งเป็นต้นทุนคงที่ที่หลีกเลี่ยงไม่ได้

  4. ความยุ่งยากในการนำเงินออกมาใช้: ไม่สามารถดึงเงินค่าเช่ามาใช้จ่ายส่วนตัวได้ทันที ต้องจ่ายออกมาในรูปแบบเงินเดือนหรือเงินปันผล ซึ่งมีภาระภาษีซ้อนทับอีกชั้นหนึ่ง โดยเงินปันผลที่จ่ายออกมานั้น จะถูกหักภาษี ณ ที่จ่ายในอัตรา 10 เปอร์เซ็นต์

โครงสร้างภาษีนิติบุคคลที่นักลงทุนต้องรู้

สำหรับธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อมที่มีทุนจดทะเบียนชำระแล้วไม่เกิน 5,000,000 บาท และรายได้ไม่เกิน 30,000,000 บาทต่อปี จะได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษีดังตารางด้านล่างนี้

อัตราภาษีพิเศษสำหรับธุรกิจ SME ตามตารางนี้ เป็นสิทธิชั่วคราวที่กำหนดโดยพระราชกฤษฎีกา ซึ่งอาจมีการเปลี่ยนแปลงหรือต่ออายุได้ อัตราภาษีนิติบุคคลปกติจะอยู่ที่ 20 เปอร์เซ็นต์ ผู้ลงทุนจึงควรตรวจสอบกฎหมายฉบับปัจจุบันในแต่ละปีภาษีเสมอ

กำไรสุทธิ (บาท) อัตราภาษีนิติบุคคลขนาดเล็ก (เปอร์เซ็นต์)
0 – 300,000 ยกเว้นภาษี
300,001 – 3,000,000 15
3,000,001 ขึ้นไป 20

ตารางเปรียบเทียบชัดๆ: บุคคลธรรมดา เทียบกับ นิติบุคคล แบบไหนคุ้มกว่า?

เพื่อประกอบการตัดสินใจในการเลือกลงทุน บ้านสุราษ ตารางนี้จะสรุปความแตกต่างในมิติสำคัญที่ส่งผลต่อต้นทุนและผลกำไรของคุณ

ประเด็นการเปรียบเทียบ บุคคลธรรมดา นิติบุคคล (บริษัทจำกัด)
ความง่ายในการเริ่มต้น ง่ายมาก ใช้เพียงบัตรประชาชน ยุ่งยาก ต้องจดทะเบียนและมีผู้ถือหุ้น
สินเชื่อและดอกเบี้ย อนุมัติง่าย ดอกเบี้ยเพื่อที่อยู่อาศัย (ต่ำ) อนุมัติยากกว่า ดอกเบี้ยเชิงพาณิชย์ (สูงกว่า)
การหักค่าใช้จ่ายภาษี เหมาจ่าย 30% หรือตามจริง ตามจริงเท่านั้น (รวมค่าเสื่อมและดอกเบี้ย)
อัตราภาษีเงินได้สูงสุด 35% (แบบขั้นบันได) 20% (คงที่)
ภาระเอกสารและบัญชี น้อยมาก ยื่นภาษีปีละ 2 ครั้ง สูงมาก ต้องทำบัญชีและตรวจสอบงบประจำปี
การนำเงินกำไรไปใช้ นำไปใช้ส่วนตัวได้ทันที ต้องจ่ายเป็นเงินเดือนหรือปันผล (เสียภาษีเพิ่ม)

กรณีศึกษา: ตัวอย่างการคำนวณภาษี ปล่อยเช่าบ้านสุราษ 5 หลัง

เพื่อให้เห็นภาพที่ชัดเจนที่สุด สมมติว่าคุณเป็นนักลงทุนที่ซื้อ บ้านสุราษ จำนวน 5 หลัง ปล่อยเช่าได้ในราคา 15,000 บาทต่อเดือนต่อหลัง รายได้รวมต่อปีจะอยู่ที่ 900,000 บาท โดยมีค่าใช้จ่ายจริงรวมค่าเสื่อมราคาและดอกเบี้ยอยู่ที่ 400,000 บาทต่อปี และผู้ลงทุนไม่มีรายได้ทางอื่น

วิธีคำนวณภาษีแบบบุคคลธรรมดา (เลือกหักค่าใช้จ่ายเหมา 30 เปอร์เซ็นต์)

  1. รายได้รวมทั้งปี: 900,000 บาท

  2. หักค่าใช้จ่ายเหมา 30 เปอร์เซ็นต์: 270,000 บาท

  3. หักค่าลดหย่อนส่วนตัว: 60,000 บาท

  4. เงินได้สุทธิ: 900,000 – 270,000 – 60,000 = 570,000 บาท

  5. คำนวณภาษีตามขั้นบันได:

    • 0 ถึง 150,000 บาท = ยกเว้น

    • 150,001 ถึง 300,000 บาท (150,000 บาท คูณ 5 เปอร์เซ็นต์) = 7,500 บาท

    • 300,001 ถึง 500,000 บาท (200,000 บาท คูณ 10 เปอร์เซ็นต์) = 20,000 บาท

    • 500,001 ถึง 570,000 บาท (70,000 บาท คูณ 15 เปอร์เซ็นต์) = 10,500 บาท

  6. ภาษีที่ต้องจ่ายรวม: 38,000 บาท

วิธีคำนวณภาษีแบบนิติบุคคลขนาดเล็ก (รับรู้ค่าใช้จ่ายตามจริง)

  1. รายได้รวมทั้งปี: 900,000 บาท

  2. หักค่าใช้จ่ายตามจริงและค่าเสื่อมราคา: 400,000 บาท

  3. กำไรสุทธิ: 500,000 บาท

  4. คำนวณภาษีตามขั้นบันไดนิติบุคคล:

    • 0 ถึง 300,000 บาท = ยกเว้นภาษี

    • 300,001 ถึง 500,000 บาท (200,000 บาท คูณ 15 เปอร์เซ็นต์) = 30,000 บาท

  5. ภาษีที่ต้องจ่ายรวม: 30,000 บาท (แต่ต้องไม่ลืมบวกค่าจ้างทำบัญชีและสอบบัญชีเฉลี่ยปีละ 20,000 ถึง 30,000 บาทเข้าไปในต้นทุนแฝงด้วย)


สรุป: ควรเลือกแบบไหนให้เหมาะกับพอร์ตลงทุนของคุณ?

การตัดสินใจเลือกระหว่างบุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคล ไม่มีคำตอบที่ถูกต้องตายตัว แต่ขึ้นอยู่กับขนาดของพอร์ตการลงทุนและฐานภาษีส่วนบุคคลของคุณ

  • หากมีบ้านสุราษ 1 ถึง 2 หลัง และฐานภาษีส่วนตัวไม่เกิน 15 เปอร์เซ็นต์: แนะนำแบบบุคคลธรรมดา เพราะมีความคล่องตัวสูง เข้าถึงสินเชื่อที่อยู่อาศัยดอกเบี้ยต่ำได้ง่าย และไม่มีภาระค่าใช้จ่ายในการจ้างทำบัญชีรายเดือนหรือรายปี

  • หากมีบ้านสุราษ 5 หลังขึ้นไป หรือมีฐานภาษีส่วนตัวเกิน 25 เปอร์เซ็นต์: แนะนำแบบนิติบุคคล เพราะรายได้ที่มากขึ้นจะทำให้บุคคลธรรมดาเสียภาษีในอัตราที่สูงมาก การจดบริษัทจะช่วยให้คุณหักค่าใช้จ่ายตามจริง ทั้งดอกเบี้ยและค่าเสื่อมของ ตัวทรัพย์ของคุณ รวมถึงรักษากำไรสุทธิไว้ได้มากกว่าในระยะยาว


ทรัพย์ศักยภาพ น่าลงทุน โซนสุราษฎร์ธานี

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการลงทุนปล่อยเช่าบ้านสุราษ

มีบ้านสุราษกี่หลัง หรือรายได้เท่าไหร่ถึงควรจดนิติบุคคล?

เมื่อมีรายได้จากค่าเช่ารวมเกิน 1,800,000 บาทถึง 2,000,000 บาทต่อปี หรือเมื่อฐานภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาของคุณพุ่งสูงเกิน 20 ถึง 25 เปอร์เซ็นต์ แม้ว่ารายได้จากการปล่อยเช่าบ้านพักอาศัยจะเกิน 1,800,000 บาทต่อปี ก็ไม่จำเป็นต้องจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม เพราะได้รับยกเว้นตามกฎหมาย เกณฑ์ตัวเลขนี้จึงไม่ใช่ข้อบังคับทางภาษีให้ต้องเปิดบริษัท แต่จุดนี้เป็นเกณฑ์มาตรฐานที่คุ้มค่าพอจะนำเงินส่วนต่างฐานภาษีที่ประหยัดได้ไปจ่ายเป็นค่าทำบัญชีและค่าผู้สอบบัญชีรายปี

ซื้อบ้านในนามบริษัทกู้ยากกว่าบุคคลธรรมดาหรือไม่?

ใช่ การขอสินเชื่อในนามนิติบุคคลมีความเข้มงวดมากกว่า ธนาคารมักปล่อยกู้ในสัดส่วนเพียง 70 ถึง 80 เปอร์เซ็นต์ของราคาประเมิน และมักคิดอัตราดอกเบี้ยเป็นอัตราเงินกู้ขั้นต่ำสำหรับธุรกิจ ซึ่งจะสูงกว่าอัตราดอกเบี้ยโปรโมชันสำหรับที่อยู่อาศัยส่วนบุคคล นอกจากนี้บริษัทที่เพิ่งจัดตั้งใหม่โดยไม่มีรายได้ย้อนหลังมักจะถูกปฏิเสธสินเชื่อได้ง่ายกว่า

เปลี่ยนจากการปล่อยเช่าบุคคลธรรมดาเป็นนิติบุคคลในภายหลังได้ไหม?

สามารถทำได้โดยใช้วิธีโอนขายกรรมสิทธิ์อสังหาริมทรัพย์จากชื่อบุคคลธรรมดาเข้าไปเป็นทรัพย์สินของบริษัท ขั้นตอนเบื้องต้นคือการให้บริษัททำสัญญาซื้อขายบ้านจากคุณ แต่ข้อควรระวังที่สำคัญที่สุดคือ ค่าธรรมเนียมการโอน ภาษีธุรกิจเฉพาะ และภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย ซึ่งคุณจะต้องชำระที่กรมที่ดินประหนึ่งเป็นการขายบ้านตามปกติ

โดยมีรายละเอียดอัตราดังนี้ ค่าธรรมเนียมการโอน 2 เปอร์เซ็นต์ของราคาประเมิน, ภาษีธุรกิจเฉพาะ 3.3 เปอร์เซ็นต์ (รวมภาษีบำรุงท้องถิ่นแล้ว) ซึ่งเรียกเก็บเฉพาะการขายอสังหาริมทรัพย์เพื่อหากำไร ไม่เกี่ยวข้องกับการปล่อยเช่า และภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย ซึ่งถ้าผู้ขายเป็นบุคคลธรรมดาจะถูกหักตามอัตราก้าวหน้า แต่หากผู้ขายเป็นนิติบุคคลจะถูกหักเพียง 1 เปอร์เซ็นต์ การวางแผนโครงสร้างให้ชัดเจนตั้งแต่แรกเริ่มจึงช่วยประหยัดต้นทุนส่วนนี้ได้ดีที่สุด


อ้างอิงข้อมูล

  • กรมสรรพากร

  • ธนาคารแห่งประเทศไทย

  • ประมวลรัษฎากร มาตรา 81(1)(ต), มาตรา 91/2(6), มาตรา 40(5)(ก), มาตรา 48(1), มาตรา 47(1)(ก), มาตรา 47(1)(ซ), มาตรา 91/6(3), มาตรา 69 ตรี, มาตรา 50(5) และ มาตรา 50(2)(จ)

  • พระราชกฤษฎีกา ออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยการกำหนดค่าใช้จ่ายที่ยอมให้หัก (ฉบับที่ 11) พ.ศ. 2502 มาตรา 5(1)(ก)

  • กฎกระทรวง ฉบับที่ 144 (พ.ศ. 2522) ข้อ 2(7)(ก)

  • บัญชีอัตราค่าธรรมเนียมท้ายประมวลกฎหมายที่ดิน ข้อ 7(1)

  • พระราชบัญญัติรายได้เทศบาล พ.ศ. 2497 มาตรา 12

ข้อจำกัดความรับผิดชอบ (Disclaimer) ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์และการลงทุน โดย KS MyHome

หากคุณกำลังมองหาตัวแทนอสังหาริมทรัพย์ที่ให้บริการอย่างครบวงจร เราพร้อมเป็นผู้ช่วยในการดูแลการลงทุนของคุณให้เป็นไปอย่างราบรื่น

บริการของเราครอบคลุม:

ทุกบริการที่เกี่ยวข้องกับ นิติกรรม การทำสัญญา และการประเมินราคาทรัพย์ จะได้รับการดูแล แนะนำ และดำเนินการโดยทีมงานผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางและทีมกฎหมายมืออาชีพจาก บริษัทบริหารสินทรัพย์ ในฐานะพันธมิตรโดยตรงของเรา

คุณจึงมั่นใจได้ว่าทุกธุรกรรมผ่าน KS MyHome จะถูกต้องตามกฎหมาย โปร่งใส ปลอดภัย และราบรื่นในทุกขั้นตอน

 

ช่องทางการติดต่อ:

  • 📞 โทรศัพท์: 064-169-8979 (คุณเบียร์)

  • 💬 LINE ID: @ksmyhome

  • 📧 Email: info@ksmyhome.com